เรือหลวงช้าง 712

HTMS CHANG 712 WRECK

เรือหลวงช้าง 712 เรือจมที่สวยที่สุดในประเทศไทย มีคนกล่าวไว้ว่า การเป็นนักดำน้ำ คล้ายกับการเป็นนักบินอวกาศ เพราะเวลาที่เราอยู่ใต้น้ำ เราจะมีสภาพเสมือนไร้น้ำหนัก ได้ลอยไปมาราวกับว่าเราอยู่ในอวกาศ ถ้าน้ำทะเลเหมือนท้องฟ้า มีปลาก็เหมือนดาวเป็นร้อยๆ ดวง กองหินและปะการังเหมือน พื้นดินของดาวแต่ละดวง ที่เราผ่านแวะเวียนไปเยี่ยมชม การมาดำดูซากเรือจม เรือหลวงช้างในครั้งนี้ ก็เหมือนกับการมาเยี่ยมชมยานอวกาศขนาดมหึมาที่ลงจอดได้อย่างสง่างาม ท่ามกลางความสมบูรณ์ของหมู่ดาวเกาะช้าง เป็นที่ดำน้ำประจำในช่วงเดือนมีนาคมของเราทุกปี ตั้งแต่เรือหลวงช้างปลดประจำการและถูกจมลงเพื่อเป็นประการังเทียม ให้แก่ฝูงปลาสำหรับทะเลฝั่งอ่าวไทย ตั้งแต่ปีพ.ศ 2555 ด้วยขนาด ของเรือที่มีขนาดใหญ่ จึงทำให้ทุกครั้งที่ลงไปดำน้ำ รู้สึกถึงความอลังการทุกครั้ง จึงต้องกลับมาดำทุกๆ ปี เพื่ออดทน รอเวลาที่ฟ้าเป็นใจ ให้น้ำใสเห็นความสวยงามที่แท้จริงของเรือจมลำนี้ การดำน้ำที่เกาะช้าง จะเป็นการดำน้ำแบบเช้าไปเย็นกลับ ( Day Trip ) และใน 2 วันนี้เราวางแผนกันว่า เราจะดำ 5 ไดฟ์ เราจะดำเรือจมทั้งหมด 3 ไดฟ์เพื่อชมเรือในทุกๆ ด้านให้ครบ และอีก 2 ไดฟ์ที่เหลือ เราจะดำกันที่ใกล้ๆ เพื่อดูพื้นที่อื่นๆ รอบๆ เริ่มต้นไดฟ์แรก ที่เรือหลวงช้าง ปีนี้เราโชคดีมากๆ ที่น้ำใส ทำให้มองเห็นความสง่างามของเรือ ตั้งแต่เราก้มหน้าลงน้ำ มองเห็นตั้งแต่ เสากระโดงเรือของหอบังคับการณ์ ที่อยู่ลึกจากผิวน้ำที่ 5 เมตร และตัวเรือที่ตั้งอยู่บนพื้นทรายที่ความลึกประมาณ 30 เมตร เรือหลวงช้าง มีขนาดกว้างประมาณ 20 เมตร ยาวประมาณ 100 – 110 เมตร และสูงประมาณ 26 เมตร ประวัติเรือหลวงช้างครั้งเมื่อยังประจำการณ์นั้น เป็นเรือลำเลียง ยุทธโธปกรณ์และกำลังพลของกองทัพเรือไทย หมายเลขประจำเรือคือ 712 หรือ HTMS 712 แต่เดิม เป็นเรือของกองทัพสหรัฐ ชื่อเรือ “ลินคอล์นเคาน์ตี้” รหัส “LTS 898” ได้นำมาใช้ในราชการสงครามญี่ปุ่น และสงครามเกาหลี เป็นเรือลำเลียงขนาดใหญ่ กองทัพเรือไทยโดยรัฐบาลไทย ได้รับมอบจากเรือหลวงช้างจากรัฐบาลสหรัฐฯเมื่อวันที่  31  สิงหาคม  พ.ศ. 2505  รัฐบาลไทยรับมอบกองทัพเรือได้เปลี่ยนชื่อเรือ เป็น “ช้าง”  หมายถึงเกาะช้าง จังหวัดตราด  ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ การตั้งชื่อเรือของกองทัพเรือไทยที่ใช้ชื่อเกาะสำคัญๆของไทยเป็นชื่อเรือในราชการกองทัพเรือ เรือหลวงช้าง ได้ปฏิบัติภารกิจให้กองทัพเรือทั้งในประเทศ ในสงครามเวียดนามและมีบทบาทสำคัญในการลำเลียงสัมภาระต่างๆ ในกิจการพลเรือน แต่เนื่องจากเป็นเรือขนาดใหญ่ และมีอายุการใช้งานมานาน ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ความชำรุดทรุดโทรมเกินการซ่อมบำรุง กองทัพเรือจึงปลดประจำการเมื่อปี พ.ศ. 2548 จังหวัดตราดและองค์กรบริหารจัดการการท่องเที่ยว จึงได้รับมอบเรือหลวงช้างจากกองทัพเรือเพื่อใช้เป็นปะการังเทียมในท้องทะเลตราด โดยทำพิธีจมเรือไปในวันที่ 16 สิงหาคม  พ.ศ. 2555 ปีนี้เป็นปีที่ 5 แล้วที่มาดำที่เรือหลวงช้าง จากปีแรกๆ ที่มาดำ เห็นโครงสร้างเรือที่ชัดเจน ยังไม่มีฝูงปลา ยังไม่มีปะการังมาเกาะ ปีนี้เปลี่ยนไปมากแล้ว มีฝูงปลาหลากหลายพันธุ์ รอบๆ เรือช้าง ทำให้เห็นความอุดมสมบูรณ์ของทะเลที่นี่ ปลาฝูงต่างๆ มีทั้งปลาสาก(Barracuda), ฝูงปลาหูช้าง (Batfish), ฝูงปลาข้างเหลือง (Yellow-stripe trevally) เราไล่ดำจากกลางเรือมุ่งไปทางหัวเรือ สภาพเสมือนไร้น้ำหนักเวลาเราดำน้ำทำให้เราสามารถเหมือนเหาะเหินเดินอากาศ ค่อยๆว่ายลอยขนาบข้างเรือมา ทำให้เราสามารถเห็นเรือ ในอีกหลายๆ มุมมากกว่าตอนเรืออยู่บนน้ำเสียอีก มองเห็นช่องต่างๆ ตรงกลางเรือ ผ่านไปเหมือนเราลอยข้ามช่องไปได้ สำหรับนักดำน้ำ มันสนุกตรงที่ เหมือนเราลอยไปเรื่อยๆ อย่างช้าๆ มองทัศนียภาพรอบๆ อย่างเงียบๆ มันเป็นความสุขอีกแบบ ลอยไปเรื่อยๆ จนถึงหัวเรือ เลยดำต่อออกไปอีกนิดและมองหันหลังกลับมา ทำให้เราสามารถ มองความอลังการจากหัวเรือทะลุ ไปจนถึงท้ายเรือได้ในเฟรมเดียว เวลาสำหรับไดฟ์แรกใกล้หมด เราเตรียมดำขึ้นเพื่อเปลี่ยนระดับ และเตรียมพักน้ำ เราจึงดำกลับไปเพื่อไปเตรียมพักน้ำที่ 5 เมตรบริเวณ เสากระโดงเรือ ในระหว่างที่พักน้ำจนครบตามเวลาที่กำหนด เราก็เตรียมที่จะขึ้นสู่ผิวน้ำ และระหว่างนั้นเอง เกร้ง เกร้ง เกร้ง เกร้ง เสียงเคาะเรียกรัวกระหน่ำแบบไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ทำให้รู้ว่า จะต้องมีอะไรที่พิเศษแน่ๆ เราจึงต้องหันไปมองรอบๆ ตัว ทาดาาาาา....... อะไรลายจุดดดดด……….พี่ฉลามวาฬ เค้ามาาาาาาาาา พี่ยักษ์ใหญ่ใจดีขวัญใจมหาชน นักดำน้ำอย่างเรา อวดโฉมว่ายน้ำเล่น อยู่ที่ประมาณ 3 เมตรจากผิวน้ำ เลยขอดำไปดูใกล้ๆหน่อย เห็นพี่เค้าในระยะประชิด ว่ายขนาบข้างในระยะห่างที่พอดี ไม่เข้าใกล้จนเกินไป มองไปที่ลูกตาดวงกลมสีดำๆ น่ารัก สบตากันปิ๊ง เห็นลายจุดชัดมากกก มันตื่นเต้น มันมีความสุข มันดีใจ มันคือความสุขของนักดำน้ำ นอกจากน้ำใสเห็นเรือหลวงช้างทั้งลำแล้ว ยังเจอฉลามวาฬ เป็นเหมือนรางวัล เป็นโบนัส เป็นโชคสองชั้น เอาเป็นว่า จบไดฟ์กันแบบแฮปปี้มากกก เกินฝันเลยจริงๆ ไดฟ์อื่นๆเรายังคงดำที่เรือจม เรือหลวงช้างกันอยู่อีก 2 ไดฟ์ เพื่อสำรวจไปทั่วๆ เรือ เข้าช่องเรือที่มีแสงผ่าน ก็จะเห็นความสวยงามอีกอย่างของการดำซากเรือจมคือ การมองเห็นแสงและเงาที่สวยงามที่ผ่านตามช่องต่างๆ ของเรือ แต่การเข้าช่องต่างๆนั้นต้องมีประสบการณ์และความชำนาญในการดำน้ำเท่านั้น ในช่องที่เราเข้าไปทะเลผ่านเรือนั้น มีฝูงปลาอาศัยในเรือมากมาย รวมทั้งปลาเก๋า (Giant Grouper ) ตัวใหญ่ 2 ตัวที่อยู่ในห้องท้ายเรือ ไดฟ์สุดท้ายของการไปดำเรือจม ทำให้นึกถึงตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ที่มาดำเรือหลวงช้างแห่งนี้ มีอุปสรรค ทั้งฝนตก น้ำขุ่น มองลงมายังมองไม่เห็นเสากระโดง กระแสน้ำไหล ลงไปไม่เจอเรือจม สารพัดเหตุการณ์ จนมาถึงวันนี้ วันที่ได้เห็นความสวยงาม ความอลังการของเรือหลวงช้างแบบเต็มตา พร้อมกับฝูงปลามากมาย หลากหลายพันธุ์ เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของทะเลที่มีมากขึ้น เรือจมเองก็ได้เป็นที่อาศัยของปลาเป็นปะการังให้กับปลา ตามความตั้งใจ มันเหมือนวันที่ฟ้าเป็นใจ แถมให้รางวัลชิ้นใหญ่เป็นฉลามวาฬ เหมือนกับทุกอย่าง ถูกจับวางเอาไว้อย่างถูกที่ถูกเวลา ทำให้รู้ว่า การอดทนเฝ้ารออะไรบางอย่าง เมื่อมันถึงเวลานั้น บอกเลยว่ามันสุดคุ้มค่าแห่งการรอคอย และพบกันใหม่ เรือหลวงช้าง 712 - - - ยานอวกาศท่ามกลางหมู่ดาวของเรา

กราบขวาของเรือหลวงช้าง

 

ห้องบรรทุกยุทโธปกรณ์หรือรถถัง

 

เสากระโดงเรือ

 

หอคอยสำหรับส่องกล้องทางไกล

 

ความยิ่งใหญ่ของป้อมปืนด้านท้ายเรือรบ

 

ฝูงปลาสาก (Barracudas)

 

ป้อมปืนด้านท้ายเรือ